gallery/logo

0 2006 8008

gallery/mobile-phone-8-512
gallery/jobrequire

นักลงทุนวัยโจ๋ 40% ซื้อสด

 

2 กรกฎาคม 2562

แม้ธปท. ออกมาตรการแม็คโคร พรูเด็นเชียล สั่งสถาบันการเงินควบคุมปล่อยกู้สินเชื่อบ้าน(LTV) กำหนดวางเงินดาวน์สูงขึ้น ได้ส่งผลสะเทือนทั้งวงการอสังหาริมทรัพย์ ตลาดเข้าสู่ภาวะเงียบตลอดกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา เพราะกำลังซื้อหลักในช่วงหลายปีที่เป็นนักลงทุนถูกสกัดกั้นหดตัว ผู้พัฒนาฯไม่เสี่ยงต่างรอดูสถานการณ์ ชะลอเปิดตัวโครงการใหม่ออกไป แต่อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้ ว่าการลงทุนในอสังหาฯ ยังคงเป็นที่สนใจของทั้งกลุ่มนักลงทุนไทยและต่างชาติเพราะเมื่อเทียบแล้ว มีความเสี่ยงตํ่าที่สุดในบรรดาการลงทุนประเภทอื่นๆ ทั้งซื้อสลาก กองทุนและเล่นหุ้น สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำกว่า ยิ่งถือนานในทำเลที่ดี มูลค่ายิ่งเพิ่ม ขณะเดียวกันกลับใช้เงินลงทุนไม่มากเท่า จึงก่อให้เกิดนักลงทุนหน้าใหม่ๆเข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง

“Modern investor” (นักลงทุนกลุ่มคนรุ่นใหม่) กำลังถูกกล่าวถึงมากขึ้นในตลาดคอนโดมิเนียมหลังจากเมื่อแบ่งสัดส่วนของกลุ่มผู้ซื้อในปัจจุบัน พบเป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ (อายุ 25-35 ปี)ประมาณ 50-60% ลงลึกซื้อเพื่อลงทุนสูงถึง 25-30 % จากตัวเลขกลุ่มดังกล่าว ทั้งซื้อเพื่อขายใบจอง, ซื้อเพื่อปล่อยเช่า หวังผลตอบแทน 4-6%ต่อปี หรือ ถือโอนกรรมสิทธิ์หวังมูลค่าเพิ่มในระยะยาว

 

 

เรื่องนี้ นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจพฤกษา เรียลเอสเตท-พรีเมียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบัน ตลาดคอนโดมิเนียมไทยมีการพัฒนาเทียบชั้นเมืองลงทุนอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังของโลกอย่าง ลอนดอน และฮ่องกงเพราะนับว่ามีความหลากหลายในแง่กำลังซื้ออย่างมาก ต่างจากในอดีตที่ถูกแบ่งเป็นเพียงกลุ่มผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง หรือเรียก เรียลดีมานด์ กับอีกกลุ่มคือการซื้อเพื่อลงทุนเท่านั้น แต่ปัจจุบันมีความซับซ้อนของกลุ่มผู้ซื้อลงทุนมากขึ้น พบยุคหลังๆ มีกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อ หมายตาคอนโดฯระดับบนราคาแพงตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไปมาแรง โดยที่มาตรการแอลทีวีของธปท.ไม่ได้มีผลกระทบต่อกลุ่มดังกล่าว เพราะประมาณ 40% เป็นการซื้อด้วยเงินสด และกลุ่มคนดังกล่าวที่กระจุกตัวอยู่ในตลาดลักชัวรี แทบไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะของเศรษฐกิจไทยและโลกที่ชะลอตัว ต่อให้ราคาแพงเมื่อมีความต้องการก็พร้อมจะซื้อตามจุดประสงค์แตกต่างกัน บ้างซื้อเพื่อลงทุนผสมกับรองรับการอยู่อาศัยเป็นครั้งคราว จึงมีหลักในการพิจารณาตัดสินใจที่มากขึ้นกว่าอดีต

 

“ตลาดคอนโดฯ ไทยปัจจุบัน มีดีมานด์ที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น แม้การลงทุนมีหลายรูปแบบ แต่พร็อพเพอร์ตียังไงก็ชนะเงินเฟ้อ ขณะที่อสังหาฯ ยุคนี้ต่างออกแบบมาตามเทรนด์การอยู่อาศัยของคนยุคใหม่ กลุ่มซื้อลงทุนก็ประสงค์จะใช้เป็นครั้งคราว ยิ่งในภาวะที่ทุกคนต่างมองว่าเป็นวิกฤติ จึงเป็นโอกาสของผู้พัฒนาฯที่มีความสามารถ และจับตลาดเฉพาะได้ถูกทาง”

 

ทั้งนี้ นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า ไม่ใช่ทุกทำเลจะเป็นที่ต้องการของกลุ่มผู้ซื้อดังกล่าว เพราะกลุ่มคนรุ่นใหม่ จะเลือกทำเลโดยอ้างอิงกับความสอดคล้องของไลฟ์สไตล์ตนเองและการดีไซน์เป็นหลัก ปัจจุบันเล็งเห็นศักยภาพใน 3 ทำเลหลัก ได้แก่ ทองหล่อ, จุฬาฯ-สามย่าน และเจริญนครเพราะต่างเป็นทำเลที่มีดีมานด์คับคั่ง ทั้งถนนสายหลักและสายรอง ยิ่งในที่ดินฟรีโฮลด์ยิ่งมีความคุ้มค่าในการลงทุนกว่าลีสโฮลด์

ขณะที่นายพิภู พุ่มแก้วกล้า ระบุในฐานะนักลงทุนอสังหา ริมทรัพย์รายย่อย ว่าในยุคที่การเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก ปัจจัยในการเลือกซื้ออสังหาฯของกลุ่มนักลงทุนยุคใหม่นั้น โลเกชันจะถูกมองเป็นลำดับแรก อ้างอิงจากความพร้อมของระบบคมนาคม ประการต่อมา คือ ความมีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของดีเวลอปเปอร์ เพราะส่วนใหญ่ต่างไม่กล้าเสี่ยงกับดีเวลอปเปอร์หน้าใหม่ๆ ในตลาดกังวลถึงวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่เหมาะสมหลังการซื้อ ส่วนประการสุดท้ายคือ ความสมเหตุสมผลของโปรดักต์-ระดับราคาที่สอดคล้องกัน เป็นต้น

 

แหล่งที่มา

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,469 วันที่ 12-15 พฤษภาคม 2562

gallery/นักลงทุนวัยโจ๋_190627_0001